บริษัท ฟิล์มกรองแสงอุตสาหกรรม จำกัด
249 นิคมฯลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว
 เขตลาดกระบัง จ.กรุงเทพฯ 10520
TEL 02-5093471 FAX 02-9497701

ฟิล์มกรองแสงกันความร้อน

รับติดตั้งฟิล์มกรองแสงกันความร้อนสำหรับอาคาร--สำนักงาน (รับติดตั้งอาคาร บ้าน สำนักงาน 
ขายส่ง-ขายปลีกเป็นม้วน และขายปลีกตัดจำหน่ายสำหรับช่างหรือผู้สนใจ)
รับงานป้องกันความร้อนโดยแผ่นฟิล์มคุณภาพ สำหรับอาคารและรถยนต์ สำหรับ บริษัท หน่วยงานราชการ และ บ้าน อาคาร
จำหน่ายฟิล์มกรองแสง  ฟิล์มกันความร้อน  ฟิล์มนิรภัย  ฟิล์มตกแต่ง สติ๊กเกอร์ ประดับกระจก สติ๊กเกอร์ฝ้าสำหรับบังสายตา
บริการให้คำปรึกษาและประเมินราคาให้ ฟรี!!!! 
รับติดตั้งทั่วประเทศ 


วิธีการล้างรถ และเคลือบสี ด้วยตนเอง


สำหรับคนเมืองแล้วดูเหมือนว่ารถจะกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต หลายคนใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันอยู่ในรถ 
เด็กบางคนแทบจะเรียกได้ว่าโตบนรถเลยทีเดียว 

เมื่อใช้รถ เราก็ต้องรู้จักดูแล เพื่อให้สามารถใช้งานได้นานๆ 
ก็รถแต่ละคันราคาไม่น้อยนี่ครับ 

คุณรู้มั๊ยว่ารถก็ไม่ต่างจากคน นอกจากการบำรุงรักษาภายในแล้ว 
การดูแลรักษาภายนอกก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน 

แค่การดูแลเครื่องยนต์อย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ หากจะพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 
คงต้องขอเปรียบเทียบกับคุณผู้หญิงที่ต้องการการถนอมผิว อาบน้ำ ทาครีมบำรุง ต้องเจอกับแดดร้อน มลพิษ ฝุ่น ควัน มาทั้งวัน ถ้าไม่ดูแลให้ดีก็คงแย่เหมือนกัน 

รถยนต์ก็เช่นกันครับ 

ดังนั้นหากว่าเราจะหันมาใส่ใจกับเจ้าเพื่อนมีล้อให้มากกว่าเดิมอีกนิดหน่อยก็คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย 

ลองมาดูกันดีกว่าครับว่าควรดูแลอย่างไรให้ผิวรถสวย สะอาดใส ไร้ริ้วรอย 


อุปกรณ์คร่าวๆ 



1. ถังน้ำ 

ถังน้ำไว้ใส่น้ำเพื่อประหยัดและรักษาสิ่งแวดล้อม จะได้ไม่ต้องเปิดน้ำทิ้งอยู่ตลอดเวลา 
หากคุณแยกถังน้ำ 2 ใบ สำหรับล้างตัวรถ และล้างส่วนล่างและล้อรถ ได้จะดีมาก 
เนื่องจากล้อและส่วนล่างจะมีความสกปรกมาก 
แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็ต้องล้างถังน้ำให้สะอาดนะครับ 


2. ผ้าสำลี 3-4 ผืน 

ไว้สำหรับล้างรถ เช็ดรถครับ ไม่ควรใช้ฟองน้ำล้างตัวรถนะครับ 
เพราะเม็ดทรายหรือฝุ่น จะเข้าไปติดสะสมอยู่ในรูพรุนของฟองน้ำ 
เมื่อถูไปกับผิวสีรถ จะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ครับ 
เรียกได้ว่าไม่ต่างกับการใช้กระดาษทรายลูบสีรถเลยครับ 

แนะนำให้แยกใช้ผ้า 3 ผืนในการล้างรถนะครับ เพราะโดยทั่วไปแล้วส่วนบนของรถจะมีฝุ่นน้อยกว่าด้านล่างที่จะสกปรกไปด้วยฝุ่นและโคลน 

โดยผ้าผืนแรกใช้สำหรับล้างส่วนบน หลังคา ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และกระจกรถ 
ผืนที่สองใช้ล้างด้านล่างของตัวรถ ตั้งแต่ขอบกระจก ด้านล่างลงมา 
ผืนสุดท้าย ใช้สำหรับทำความสะอาดล้อ และส่วนอื่นที่สกปรกมาก 


3. ผ้าชามัวร์ 

มีไว้สำหรับเช็ดเปียกครับ มีไว้จะช่วยผ่อนแรงเราได้เยอะทีเดียวครับ 
ผืนเดียวเช็ดจนรถแห้ง แทบจะไม่ทิ้งคราบน้ำเลยครับ 

จะเป็นแบบแท้หรือเทียมก็ได้ครับ 
แต่ของเทียมราคาจะถูกกว่า และอาจจะทนทานกว่าครับ 

หากไม่มีผ้าชามัวร์ก็ใช้ผ้าสำลีหรือผ้าสะอาดนุ่มๆ เช็ดแทนก็ได้ครับ 
แต่อาจจะต้องใช้ผ้าหลายผืนหน่อยกว่ารถจะแห้งทั้งคัน 

ถ้าคุณมีรถสีดำ ควรจะมีติดบ้านไว้เลยครับ เพราะมันจะช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ เกิดได้น้อยมากครับ 




4. ฟองน้ำล้างล้อ 

ไว้ใช้สำหรับล้างล้อแม๊กซ์ เพื่อป้องกันการเกิดรอยครับ 
รวมถึงใช้ล้างชายล่างและซุ้มล้อด้วยนะครับ 




เริ่มจาก... ล้างรถ เรื่องง่ายๆ ที่ง่ายจนคาดไม่ถึง: 
เคล็ดลับง่าย ๆ ของการล้างรถให้สะอาด ไม่เกิดรอย และไม่ทำลายสีรถ 


หากคุณล้างรถเองที่บ้าน แล้วไม่มีคนช่วยมากนัก 

ผมขอแนะนำให้ทำการล้างล้อให้เสร็จก่อน แล้วค่อยทำการล้างตัวรถนะครับ 

เพราะถ้าเราล้างตัวรถก่อน แล้วมาล้างล้อทีหลัง 
จะทำให้คราบน้ำ คราบแชมพูแห้ง และทำให้เกิดปัญหาคราบน้ำได้ครับ 
ซึ่งจะทำให้เราต้องทำงานกันหลายรอบนะครับ 
จากนั้นก็ลงมือลุยกันเลยครับ 
1. เริ่มจากฉีดน้ำครับ ฉีดน้ำให้แรงที่สุด 
เพื่อให้คราบฝุ่น ขี้ดิน และสิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด 
2. ล้างด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดเพียงพอแล้ว 
แต่อาจต้องใช้แรงในการขัดถูมากหน่อย 
ถ้าอยากให้ล้างง่ายขึ้น สะอาดใสปิ๊ง ก็ให้ใช้แชมพูล้างรถร่วมด้วยครับ 
3. รถก็เหมือนบ้าน เวลาทำความสะอาดต้องเริ่มจากด้านบนก่อน 
แล้วค่อยๆ ล้างจากส่วนบน ลงล่างนะครับ 


4. ใช้ผ้านุ่ม ๆ เช่น ผ้าสำลี ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้าชามัวร์ ล้างรถ 

และในขณะที่ล้างรถก็ต้องหมั่นกลับผ้า และหมั่นซัก ขยี้ผ้าบ่อยๆ ด้วยครับ 
เพื่อให้สิ่งสกปรกทั้งหลาย รวมถึงเม็ดทราย ตกลงไปอยู่ในถังนะครับ 
และถ้าหากน้ำในถังเริ่มดำสกปรกก็ควรเททิ้งและเปลี่ยนน้ำใหม่นะครับ 


5. ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมด 

แล้วใช้ผ้าแห้งนุ่มๆ หรือผ้าชามัวร์ เช็ดรถให้แห้งทันที 
จะได้ไม่มีฝุ่นเกาะ และไม่เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถครับ 
"**********************************
รู้มั๊ยว่า สิ่งสกปรกในน้ำ สามารถทำร้ายรถคุณได้ 


การใช้น้ำฉีดเป็นวิธีที่ดีสำหรับการล้างรถ 

แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่จำเป็นต้องล้างรถ โดยใช้ถังใส่น้ำ 
จงท่องจำเอาไว้ในใจว่า ต้องหมั่นซักและขยี้ผ้า และต้องเปลี่ยนน้ำในถังบ่อย ๆ 
มิฉะนั้น สิ่งสกปรก และเม็ดทรายที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ อาจทำให้เกิดริ้วรอยขีดข่วนบนรถได้ครับ 


ล้างรถเสร็จ ก็เช็ดรถต่อ.... 

1. ควรใช้ผ้านุ่ม ๆ เช่นผ้าสำลี ผ้าชามัวร์ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ในการเช็ดรถ 
เนื่องจากผ้าเหล่านี้จะไม่ทำให้รถเป็นรอย 

การเช็ดรถที่ถูกต้องก็เหมือนกับการล้างรถ คือควรเช็ดจากด้านบนไล่ลงมาด้านล่างของรถ 
เพื่อให้น้ำหยดลงด้านล่างให้หมด จะได้ไม่ต้องทำงานสองต่อครับ 
2. ส่วนของรถที่ต้องระวัง คือ ด้านในขอบประตูทั้งหมด ด้านในกระโปรงหลัง ด้านในฝาถังน้ำมัน กระจกหน้ารถ 

ควรเช็ดให้แห้งที่สุด อย่ามองข้ามเป็นอันขาดนะครับ 
3. ล้อแม็กซ์ ก็ควรจะเช็ดให้แห้งด้วย 

เพราะถ้าไม่เช็ดจะเกิดเป็นคราบน้ำขึ้น ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ 
คราบน้ำเหล่านั้นจะเช็ดออกยากจนถึงเช็ดไม่ออกเลยนะครับ 

จากนั้น... ก็หาน้ำยาทายางมาเคลือบเพื่อความสวยงามครับ 
***********************
สิ่งเล็กน้อย ที่ไม่ควรมองข้าม 


1. ไม่ควรล้างรถเองในตอนเย็น เพราะหากล้างแล้วจอดทิ้งไว้ อาจทำให้เกิดสนิมในจุดที่เราเช็ดไม่แห้ง เว้นเสียแต่ว่า คุณจะมีเครื่องเป่าน้ำให้แห้ง หรือไม่ก็ต้องยอมเปลืองน้ำมันเอารถออกไปขับไกล ๆ ให้ลมช่วยทำให้ทุกซอยทุกมุมแห้งสนิท วิธีนี้คุณผู้ชายอาจใช้เป็นข้ออ้างในการออกจากบ้านตอนเย็นๆ ได้นะครับ ไม่ว่ากัน 

2. ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะนอกจากคนล้างอาจไม่สบายได้แล้ว แสงแดดจะทำให้น้ำแห้งเร็วจนเช็ดไม่ทัน ซึ่งอาจทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถได้ 

3. ไม่ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรถแทนการล้างรถ เพราะจะเป็นการทำลายสภาพสี ผงฝุ่นต่างๆ ที่ติดบนผ้าจะทำให้เกิดรอยขนแมวยิ่งเช็ดรถมากครั้งขึ้นเท่าไหร่ การเกิดรอยก็จะมากขึ้นตามไปด้วย 

4. ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นทุกชนิด ปัดฝุ่น เพื่อทำความสะอาด เพราะมันเหมือนกับการใช้กระดาษทรายเช็ดรถเลยทีเดียว ในขณะที่ปัดฝุ่น ไม้ปัดฝุ่นจะลากถูฝุ่นหรือเม็ดทรายไปตามผิวสีรถ ทำให้เกิดริ้วรอยได้
_________________

เคลือบสีรถ ด้วยตนเอง รถสวยได้ ประหยัดด้วย 


รถยนต์ทุกคันมีอายุการใช้งานของสี แม้สีที่พ่นรถมาจะมีประสิทธิภาพสูง 
แต่สภาพอากาศบ้านเรา มีมลภาวะค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นละออง ควัน ไอเสีย สารเคมีในอากาศ ยางต้นไม้ ซึ่งอาจทำอันตรายต่อสีรถได้ 

หากใช้รถไปนานวัน แต่ไม่มีการดูแลรักษา สีรถจะดูหมอง เก่า ด้าน และสีแตกก่อนเวลาอันควร 

ดังนั้นการเคลือบสีจึงมีส่วนช่วยในการปกป้องสีรถ ไม่ให้หมอง เก่า ด้าน หรือสีแตกก่อนเวลาอันควร 
อีกทั้งยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วน รอยขนแมว และความร้อนจากห้องเครื่องและแสงแดด ที่สามารถทำลายสีรถ 
ตลอดจน ปกป้องรถจากคราบสกปรกต่างๆ ที่เกิดจากมูลนก ยางไม้ น้ำค้าง ยางมะตอยได้ครับ 
การเคลือบสีก็ไม่ยากครับ 

ก่อนอื่นก็เริ่มจากล้างรถให้สะอาดตามวิธีการข้างต้น 
แต่ไม่ต้องเช็ดแห้งนะครับ เช็ดรถแค่พอให้น้ำหมาด ๆ 

จากนั้นก็เทน้ำยาเคลือบสี ลงบนผ้านุ่มที่มีน้ำหมาด ๆ 
ขอเน้นว่าผ้านุ่มเท่านั้นนะครับ แล้วก็เริ่มเช็ดโดยวน เป็นก้นหอยให้ทั่วบริเวณตัวรถ 

อ๋อ... บางยี่ห้อ เค้าแนะนำให้เคลือบสีในที่ร่ม 
และตัวรถจะต้องไม่ร้อนนะครับ (สงสัยมั๊ยครับว่าทำไม) 
ยังไงก็ต้องดูฉลากเพื่อใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมตามแต่ละยี่ห้อด้วยนะครับ 

จากนั้น ก็ทิ้งน้ำยาไว้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างกระป๋อง (ถ้าเป็นของคาร์แลค 68 จะทิ้งน้ำยาไว้ประมาณ 30 นาที) 
ช่วงนี้ก็พักไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามใจชอบ 
หรือถ้ามีเวลาเยอะหน่อยจะทิ้งไว้ทั้งวัน เคลือบเช้า เช็ดเย็นก็ยังได้ แบบว่ายิ่งนานยิ่งดี แต่ไม่ต้องถึงขนาดข้ามวันข้ามคืนนะครับ อันนี้เกินไปนิด 

พอครบกำหนดก็ใช้ผ้านุ่มๆ เช่นผ้าสำลี หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ เช็ดน้ำยาออกให้หมด 

แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ ที่เหลือก็แค่... 
ใช้ตาครับ ชื่นชมกับผลงานของคุณเอง รับรองครับว่าหายเหนื่อยครับ 
+++++++++++++++++++++++++++++

ส่งท้ายครับ.... เพื่อให้รถสวยหมดจด อย่างแท้จริง 


แม้ว่าการเคลือบสีจะเป็นการปกป้องสีรถ แต่หากเคลือบสีอย่างเดียวบ่อยๆ สีรถอาจจะดูหมอง ๆ ไปบ้าง 

เนื่องจากบนผิวสีรถ อาจมีคราบสกปรก หรือคราบมลภาวะ มลพิษที่อาจจะทำลายแลคเกอร์ของรถได้ฝังอยู่ 
ซึ่งถ้าเคลือบทับไปบ่อยๆ ก็จะทำให้คราบสกปรกเหล่านั้นฝังตัวแน่นขึ้น 
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ถ้าเกิดมีละอองสี หรือยางมะตอยฝังอยู่โดยที่เราไม่รู้ และไม่ได้ขจัดมันออกไปก่อน 
เมื่อเคลือบทับลงไป สิ่งเหล่านี้จะคอยกัดกินผิวสีรถของคุณทำให้ผิวสีรถเป็นรูเล็ก ๆ รถจึงดูหมองลงได้ 

ข้อแนะนำคือคุณควรจะนำรถไปขัดเคลือบสีตามศูนย์บริการต่างๆ บ้าง 

การขัด และเคลือบสี ก็คือการที่เรานำสิ่งสกปรกฝังแน่นที่อยู่บนหน้าแลคเกอร์ของสีรถออกไป 
ทำให้รถมันมีประกายด้วยตัวของแลคเกอร์รถที่แท้จริง 

เมื่อรถไม่มีคราบแล้ว เราก็ปกป้องความสวยของผิวสีรถนั้น ด้วยการเคลือบสี ทับลงไป 
ซึ่งจะทำให้รถมีความเงางาม ใส ไม่มีคราบสกปรกฝังอยู่ รถจะสวย ใสอยู่ตลอดเวลา 
ผิวสีรถจะลื่น น้ำและฝุ่นไม่เกาะ รถไม่หมอง 

แต่ไม่ต้องขัดสีบ่อยนะครับ ประมาณ 4-6 เดือนครั้งก็พอ 
จากนั้นก็เคลือบสีด้วยตัวเองที่บ้าน (หรือจะเข้าคาร์แคร์ ก็แล้วแต่ครับ) 

เคลือบสีนี่ขอแนะนำให้ทำบ่อยๆ ยิ่งบ่อย ยิ่งดีครับ 
อาจจะเดือนละครั้งก็ได้ครับ 
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความพอใจครับ 


วันหยุดหรือเวลาว่างถ้าไม่รู้จะทำอะไร 
ออกจากบ้านก็เจอรถติด เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ 

ลองเปลี่ยนมาหยิบถังน้ำ ผ้า แชมพูล้างรถ แล้วมาล้างรถกันดีกว่า 
หรือถ้าจะให้ดีก็เคลือบสีไปด้วยเลย ได้ออกกำลังเพื่อสุขภาพกาย 
แถมได้รถใหม่เอี่ยมจากฝีมือเราเอง ทั้งภูมิใจ ทั้งสบายใจ บริหารสุขภาพจิตไปในตัว 
ถือว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดเลยทีเดียว 

แต่ถ้าไม่อยากเหนื่อยแรงหรือไม่มีเวลา ลองหาศูนย์บริการที่ถูกใจ 
ฝากฝังความงามของเจ้าเพื่อนยากให้เค้าดูแลแทนก็ได้ครับ 
ยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกนิด แต่คุ้มครับ ไม่ผิดหวังแน่